เว็บไซต์ของเราใช้คุ้กกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้ให้ดีมากยิ่งขึ้น คุ้กกี้สามารถช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ (เช่น การบันทึกข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ใน “ตะกร้าของคุณ”) การแชร์ในโซเชียลมีเดีย (ในเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ฯลฯ) และการส่งข้อความและโฆษณาต่างๆ ที่ตรงกับความสนใจของคุณ (ในเว็บไซต์ และอื่นๆ) คุ้กกี้ยังสามารถช่วยให้เราเข้าใจว่า เว็บไซต์ของเราถูกใช้ในรูปแบบไหนบ้าง คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ ประกาศเกี่ยวกับคุ้กกี้ คลิ๊ก “ยินยอม” เพื่ออนุญาตให้เราใช้คุ้กกี้กับคุณ
ยอมรับ
ลด 20% ทันที เมื่อซื้อสินค้า 2 ชิ้น ขึ้นไป

เรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจลดความอ้วน

ใครๆ ก็อยากมีหุ่นดีสมส่วนเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี สุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคอ้วน ภัยเงียบที่หลายคนกังวล เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาแบบเป็นแพ็คเก็จ ไม่ว่าจะเป็นความดัน หัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือเบาหวาน เพราะเหตุนี้หลายคนจึงหาทางกำจัดห่วงยางรอบเอว หรือพยายามลดความอ้วนเพื่อให้สุขภาพดีคงอยู่ พร้อมๆ กับการมีหุ่นดีสมส่วนเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

ความอ้วน ไม่ได้วัดแค่ตัวเลขบนตาชั่ง

ก่อนจะลดความอ้วน เราต้องเข้าใจก่อนว่าความอ้วนไม่ได้มาจากตัวเลขที่ปรากฎบนตาชั่งเพียงอย่างเดียว ตัวเลขบนตาชั่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้ถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ความอ้วนที่แท้จริงนั้นมาจากไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่มากเกินความสามารถในการเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นเวลาลดความน้ำหนัก หรือความอ้วน เราจึงต้องลดที่ไขมันส่วนเกินในร่างกาย

ในเมื่อเราไม่ได้วัดความอ้วนจากตัวเลขบนตราชั่ง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายมีภาวะอ้วนแทรกแซงเข้าแล้ว คำตอบคือเราสามารถเช็กได้ด้วยค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) ซึ่งคำนวณไม่ยาก แค่นำน้ำหนักตัวที่เป็นหน่วยกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงที่มีหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง แล้วนำผลที่ได้มาเช็กกับผลในตารางด้านล่างนี้ได้เลย

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม)
(ส่วนสูง (เมตร))2

BMI (kg/m)
น้อยกว่า 18.5
____________________

น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
(ผอมเกินไป)

____________________

ภาวะเสี่ยงต่อโรค มากกว่าคนปกติ

BMI (kg/m)
18.5 - 22.9
____________________

น้ำหนักสมส่วน
(สุขภาพดี)

____________________

ภาวะปกติ
ไม่เสี่ยงต่อโรค

BMI (kg/m)
23.0 - 24.9
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์
เล็กน้อย(ท้วม)

____________________

ภาวะเสี่ยง
เล็กน้อย

BMI (kg/m)
25.0 - 29.9
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์
(อ้วน)

____________________

โรคอ้วน
ระดับ 1

BMI (kg/m)
มากกว่า 30
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์ระดับ
สูง(อ้วนมาก)

____________________

โรคอ้วน
ระดับ 2

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม)
(ส่วนสูง (เมตร))2

BMI (kg/m)
น้อยกว่า 18.5
____________________

น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
(ผอมเกินไป)

____________________

ภาวะเสี่ยงต่อโรค มากกว่าคนปกติ

BMI (kg/m)
18.5 - 22.9
____________________

น้ำหนักสมส่วน (สุขภาพดี)
____________________

ภาวะปกติ
ไม่เสี่ยงต่อโรค

BMI (kg/m)
23.0 - 24.9
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์ เล็กน้อย (ท้วม)
____________________

ภาวะเสี่ยง
เล็กน้อย

BMI (kg/m)
25.0 - 29.9
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์
(อ้วน)
____________________

โรคอ้วน
ระดับ 1

BMI (kg/m)
มากกว่า 30
____________________

น้ำหนักเกินเกณฑ์ระดับสูง (อ้วนมาก)
____________________

โรคอ้วน
ระดับ 2

แก่นของการลดความอ้วนอยู่ที่ไขมัน

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าความอ้วนเกิดจากไขมันส่วนเกินที่ร่างกายเผาผลาญไม่หมดในแต่ละวัน แล้วถูกนำไปสะสมตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย ทั้งอวัยวะภายใน อาทิ ตับ ไต ลำไส้ เส้นเลือด หรือชั้นไขมัน โดยเฉพาะช่วงหน้าท้องที่เป็นเหมือนสัญญาณเตือนที่ทำให้รูปร่างดูอ้วน ไม่น่ามอง แต่การจะลดไขมันต้องดูให้ดี เพราะไขมันบางตัวก็เป็นไขมันดี (HDL) ที่ช่วยให้วิตามินแตกตัว ร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อได้เลย และช่วยขับเคลื่อนเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นการลดหุ่นและความอ้วน ควรลดอาหารที่มีไขมันเลว (LDL) หรืออาหารจำพวกที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น ครีมเทียม เนยเทียม มาร์การีนและน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าความอ้วนเกิดจากไขมันส่วนเกินที่ร่างกายเผาผลาญไม่หมดในแต่ละวัน แล้วถูกนำไปสะสมตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย ทั้งอวัยวะภายใน อาทิ ตับ ไต ลำไส้ เส้นเลือด หรือชั้นไขมัน โดยเฉพาะช่วงหน้าท้องที่เป็นเหมือนสัญญาณเตือนที่ทำให้รูปร่างดูอ้วน ไม่น่ามอง แต่การจะลดไขมันต้องดูให้ดี เพราะไขมันบางตัวก็เป็นไขมันดี (HDL) ที่ช่วยให้วิตามินแตกตัว ร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อได้เลย และช่วยขับเคลื่อนเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นการลดหุ่นและความอ้วน ควรลดอาหารที่มีไขมันเลว (LDL) หรืออาหารจำพวกที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น ครีมเทียม เนยเทียม มาร์การีนและน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

แก่นของการลดความอ้วนอยู่ที่ไขมัน

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าความอ้วนเกิดจากไขมันส่วนเกินที่ร่างกายเผาผลาญไม่หมดในแต่ละวัน แล้วถูกนำไปสะสมตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย ทั้งอวัยวะภายใน อาทิ ตับ ไต ลำไส้ เส้นเลือด หรือชั้นไขมัน โดยเฉพาะช่วงหน้าท้องที่เป็นเหมือนสัญญาณเตือนที่ทำให้รูปร่างดูอ้วน ไม่น่ามอง แต่การจะลดไขมันต้องดูให้ดี เพราะไขมันบางตัวก็เป็นไขมันดี (HDL) ที่ช่วยให้วิตามินแตกตัว ร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อได้เลย และช่วยขับเคลื่อนเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นการลดหุ่นและความอ้วน ควรลดอาหารที่มีไขมันเลว (LDL) หรืออาหารจำพวกที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น ครีมเทียม เนยเทียม มาร์การีนและน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

ไม่อยากโยโย่ต้องห้ามโหม

การลดความอ้วนด้วยการอดอาหาร ทานแต่ผักผลไม้ โหมออกกำลังกายอย่างหนัก วิธีเหล่านี้แม้ว่าจะให้ผลลัพธ์เป็นที่พอใจคือน้ำหนักลดลง รูปร่างดูเล็กลง แต่ในความเป็นจริงนี่เป็นความเชื่อที่ผิด และเป็นการลดแบบปลอมๆ เพราะที่รูปร่างดูเล็กลงไม่ได้เกิดจากไขมันสลายหายไป แต่เป็นมวลกล้ามเนื้อต่างหากที่หายไป จึงทำให้น้ำหนักลดลง รูปร่างเล็กลง และเมื่อหยุดอดอาหารและหยุดออกกำลังกาย กลับไปทานอาหารตามปกติ ร่างกายจะเกิดเอฟเฟกต์โยโย่ เนื่องจากระบบเผาผลาญเสียสมดุลจากการอดอาหารและโหมออกกำลังกายนั่นเอง ดังนั้นหากจะลดความอ้วน อย่าหักโหมหรือหักดิบร่างกายจนเกินพอดี

การลดความอ้วนด้วยการอดอาหาร ทานแต่ผักผลไม้ โหมออกกำลังกายอย่างหนัก วิธีเหล่านี้แม้ว่าจะให้ผลลัพธ์เป็นที่พอใจคือน้ำหนักลดลง รูปร่างดูเล็กลง แต่ในความเป็นจริงนี่เป็นความเชื่อที่ผิด และเป็นการลดแบบปลอมๆ เพราะที่รูปร่างดูเล็กลงไม่ได้เกิดจากไขมันสลายหายไป แต่เป็นมวลกล้ามเนื้อต่างหากที่หายไป จึงทำให้น้ำหนักลดลง รูปร่างเล็กลง และเมื่อหยุดอดอาหารและหยุดออกกำลังกาย กลับไปทานอาหารตามปกติ ร่างกายจะเกิดเอฟเฟกต์โยโย่ เนื่องจากระบบเผาผลาญเสียสมดุลจากการอดอาหารและโหมออกกำลังกายนั่นเอง ดังนั้นหากจะลดความอ้วน อย่าหักโหมหรือหักดิบร่างกายจนเกินพอดี

อย่ากดดันจนร่างกายเครียด

ไม่ต้องบอกใครๆ ก็รู้ว่าความเครียดที่มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อทั้งจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงลดน้ำหนัก (ลิ้งก์บทความลดน้ำหนัก) การกดดันตัวเองจะยิ่งทำให้เกิดความเครียด และเมื่อความเครียดรบกวนจิตใจ สมองจะถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ให้มีความอยากอาหารมากขึ้น จนหลายคนควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายจบลงด้วยการทานอาหารที่มากกว่าปกติ ดังนั้นจงทำใจให้สบาย อย่ากดดันตัวเอง หรือเคร่งเครียดกับการลดความอ้วนจนเกินไป

ไม่ต้องบอกใครๆ ก็รู้ว่าความเครียดที่มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อทั้งจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงลดน้ำหนัก (ลิ้งก์บทความลดน้ำหนัก) การกดดันตัวเองจะยิ่งทำให้เกิดความเครียด และเมื่อความเครียดรบกวนจิตใจ สมองจะถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ให้มีความอยากอาหารมากขึ้น จนหลายคนควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายจบลงด้วยการทานอาหารที่มากกว่าปกติ ดังนั้นจงทำใจให้สบาย อย่ากดดันตัวเอง หรือเคร่งเครียดกับการลดความอ้วนจนเกินไป

อย่ากดดันจนร่างกายเครียด

ไม่ต้องบอกใครๆ ก็รู้ว่าความเครียดที่มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อทั้งจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงลดน้ำหนัก (ลิ้งก์บทความลดน้ำหนัก) การกดดันตัวเองจะยิ่งทำให้เกิดความเครียด และเมื่อความเครียดรบกวนจิตใจ สมองจะถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ให้มีความอยากอาหารมากขึ้น จนหลายคนควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายจบลงด้วยการทานอาหารที่มากกว่าปกติ ดังนั้นจงทำใจให้สบาย อย่ากดดันตัวเอง หรือเคร่งเครียดกับการลดความอ้วนจนเกินไป

ไม่ต้องบอกใครๆ ก็รู้ว่าความเครียดที่มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อทั้งจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงลดน้ำหนัก (ลิ้งก์บทความลดน้ำหนัก) การกดดันตัวเองจะยิ่งทำให้เกิดความเครียด และเมื่อความเครียดรบกวนจิตใจ สมองจะถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ให้มีความอยากอาหารมากขึ้น จนหลายคนควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายจบลงด้วยการทานอาหารที่มากกว่าปกติ ดังนั้นจงทำใจให้สบาย อย่ากดดันตัวเอง หรือเคร่งเครียดกับการลดความอ้วนจนเกินไป

ตัดหวานให้พอดี

แม้น้ำตาลจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และกระตุ้นการหลั่งของสารเคมีบางชนิด แต่หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้ระบบการเผาผลาญสูญเสียสมดุล สารอาหารอื่นจะถูกรบกวนจนไม่สามารถเผาผลาญได้และสะสมเป็นไขมันในร่างกาย จนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ทั้งเบาหวาน หลอดเลือด หัวใจ หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน ดังนั้นหากตัดสินใจลดความอ้วน ควรปรับลดความหวานให้อยู่ในระดับพอดี เลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง หรือหาตัวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้พอดีกับร่างกาย อินเดียนกู๊สเบอร์รี่ (ลิ้งก์หน้าโปรดักส์) ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย สกัดเย็นด้วยน้ำ 100% พร้อมชงดื่ม ช่วยควบคุมน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL พร้อมดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นแบบองค์รวม

แม้น้ำตาลจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และกระตุ้นการหลั่งของสารเคมีบางชนิด แต่หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้ระบบการเผาผลาญสูญเสียสมดุล สารอาหารอื่นจะถูกรบกวนจนไม่สามารถเผาผลาญได้และสะสมเป็นไขมันในร่างกาย จนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ทั้งเบาหวาน หลอดเลือด หัวใจ หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน ดังนั้นหากตัดสินใจลดความอ้วน ควรปรับลดความหวานให้อยู่ในระดับพอดี เลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง หรือหาตัวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้พอดีกับร่างกาย อินเดียนกู๊สเบอร์รี่ (ลิ้งก์หน้าโปรดักส์) ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย สกัดเย็นด้วยน้ำ 100% พร้อมชงดื่ม ช่วยควบคุมน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL พร้อมดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นแบบองค์รวม

กินให้ช้าเคี้ยวให้ละเอียด

อีกหนึ่งเรื่องที่คนอยากลดความอ้วนควรรู้และนำไปปรับใช้นั่นก็คือ การทานอาหารให้ช้าลง เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัย Rhode Island ในประเทศสหรัฐอเมริกาบอกไว้ว่า ‘การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด จะส่งผลให้เรามีความอยากอาหารน้อยลง และทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น’ ซึ่งร่างกายจะอิ่มก็ต่อเมื่ออาหารไปแตะที่ส่วนปลายของกระเพาะ ดังนั้นหากทานอาหารเร็ว อาหารจะไปกองกันอยู่ที่ปากทางเข้ากระเพาะอาหาร ซึ่งกระเพราะอาหารจะทำการย่อยแบบช้าๆ ลองคิดดูว่ากว่าจะถึงส่วนปลายกระเพาะเราก็เติมอาหารให้ร่างกายจนเกินขีดจำกัดที่ร่างกายต้องการไปแล้ว ดังนั้น นอกจากควบคุมปริมาณแล้วต้องเคี้ยวช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น

อีกหนึ่งเรื่องที่คนอยากลดความอ้วนควรรู้และนำไปปรับใช้นั่นก็คือ การทานอาหารให้ช้าลง เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัย Rhode Island ในประเทศสหรัฐอเมริกาบอกไว้ว่า ‘การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด จะส่งผลให้เรามีความอยากอาหารน้อยลง และทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น’ ซึ่งร่างกายจะอิ่มก็ต่อเมื่ออาหารไปแตะที่ส่วนปลายของกระเพาะ ดังนั้นหากทานอาหารเร็ว อาหารจะไปกองกันอยู่ที่ปากทางเข้ากระเพาะอาหาร ซึ่งกระเพราะอาหารจะทำการย่อยแบบช้าๆ ลองคิดดูว่ากว่าจะถึงส่วนปลายกระเพาะเราก็เติมอาหารให้ร่างกายจนเกินขีดจำกัดที่ร่างกายต้องการไปแล้ว ดังนั้น นอกจากควบคุมปริมาณแล้วต้องเคี้ยวช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น

กินให้ช้าเคี้ยวให้ละเอียด

อีกหนึ่งเรื่องที่คนอยากลดความอ้วนควรรู้และนำไปปรับใช้นั่นก็คือ การทานอาหารให้ช้าลง เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัย Rhode Island ในประเทศสหรัฐอเมริกาบอกไว้ว่า ‘การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด จะส่งผลให้เรามีความอยากอาหารน้อยลง และทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น’ ซึ่งร่างกายจะอิ่มก็ต่อเมื่ออาหารไปแตะที่ส่วนปลายของกระเพาะ ดังนั้นหากทานอาหารเร็ว อาหารจะไปกองกันอยู่ที่ปากทางเข้ากระเพาะอาหาร ซึ่งกระเพราะอาหารจะทำการย่อยแบบช้าๆ ลองคิดดูว่ากว่าจะถึงส่วนปลายกระเพาะเราก็เติมอาหารให้ร่างกายจนเกินขีดจำกัดที่ร่างกายต้องการไปแล้ว ดังนั้น นอกจากควบคุมปริมาณแล้วต้องเคี้ยวช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น

อีกหนึ่งเรื่องที่คนอยากลดความอ้วนควรรู้และนำไปปรับใช้นั่นก็คือ การทานอาหารให้ช้าลง เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัย Rhode Island ในประเทศสหรัฐอเมริกาบอกไว้ว่า ‘การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด จะส่งผลให้เรามีความอยากอาหารน้อยลง และทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น’ ซึ่งร่างกายจะอิ่มก็ต่อเมื่ออาหารไปแตะที่ส่วนปลายของกระเพาะ ดังนั้นหากทานอาหารเร็ว อาหารจะไปกองกันอยู่ที่ปากทางเข้ากระเพาะอาหาร ซึ่งกระเพราะอาหารจะทำการย่อยแบบช้าๆ ลองคิดดูว่ากว่าจะถึงส่วนปลายกระเพาะเราก็เติมอาหารให้ร่างกายจนเกินขีดจำกัดที่ร่างกายต้องการไปแล้ว ดังนั้น นอกจากควบคุมปริมาณแล้วต้องเคี้ยวช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น

อย่าลืมดูแลสุขภาพ และรูปร่างของคุณให้สมส่วนอยู่เสมอ เพราะนอกจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี ยังเสริมให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันแข็งแรง พร้อมต่อสู้กับโรคต่างๆ จากภายในได้อีกด้วย

อาหารเสริมออกกำลังกาย beyonde M-Ex (บียอนด์ เอ็ม-เอ็กซ์)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหนือกว่า…ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด กับองค์ความรู้ดั้งเดิมของสารอาหารธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมที่ช่วยให้คุณ Fit กว่าเดิม Burn ได้นาน ล้ำหน้าด้วยส่วนผสมของสารอาหารจากธรรมชาติ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ให้คุณออกกำลังกายและเผาผลาญได้ดีขึ้น ด้วยการเติมออกซิเจน Vo2Max ต้านความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ด้วยสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส “พิคโนจีนอล” กรดอะมิโน “อาร์จีนีน” โสมเกาหลีสกัด ถั่งเช่าสายพันธุ์ต้นกำเนิดจากทิเบต พร้อมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุรวม ให้ร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดความเหนื่อยล้า พร้อมเดินหน้า Burn ได้อย่างเต็มกำลัง

อาหารเสริมออกกำลังกาย beyonde M-Ex (บียอนด์ เอ็ม-เอ็กซ์)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหนือกว่า…ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด กับองค์ความรู้ดั้งเดิมของสารอาหารธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมที่ช่วยให้คุณ Fit กว่าเดิม Burn ได้นาน ล้ำหน้าด้วยส่วนผสมของสารอาหารจากธรรมชาติ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ให้คุณออกกำลังกายและเผาผลาญได้ดีขึ้น ด้วยการเติมออกซิเจน Vo2Max ต้านความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ด้วยสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส “พิคโนจีนอล” กรดอะมิโน “อาร์จีนีน” โสมเกาหลีสกัด ถั่งเช่าสายพันธุ์ต้นกำเนิดจากทิเบต พร้อมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุรวม ให้ร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดความเหนื่อยล้า พร้อมเดินหน้า Burn ได้อย่างเต็มกำลัง

จัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ ฿1,500

จัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ ฿1,500

เราจัดส่งสินค้าภายใน 72 ชั่วโมง
ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง

ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง

เรานำเสนอแต่ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเท่านั้น
เวลาทำการ 9.00-19.00

เวลาทำการ 9.00-19.00

ติดต่อเราได้ทั้งทางแชทหรือโทรศัพท์
ระบบชำระเงินปลอดภัย 100%

ระบบชำระเงินปลอดภัย 100%

Visa, Mastercard

ถุงช้อปปิ้ง

ไม่มีสินค้าที่เลือก, กรุณาเติมสินค้าลงในถุงช้อปปิ้งของคุณ